วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เรียนม.เอกชน หรือ ม.รัฐบาล ?

ก่อนอื่นนะครับผมขอแนะตัวเองก่อน ผมเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาของโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร ถ้าหากถามถึงความรู้สึกที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนนะครับ มันมีจุดที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด ตอนเก้าแรกคือ นร. ทุกคนต้องผ่านการเรียน ม.4 ที่โรงเรียนอาจมีวิชา “แนะแนว” (เป็นวิชาที่ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา) ก็อาจมีแบบสอบถามมาถามว่าอยากเป็นอะไร อยากเรียนคณะอะไร อยากทำอะไร ตัวผมเองก็เป็นนักเรียนที่จัดได้ว่าเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่พอดี เกรดเฉลี่ยสะสม 3.56 อะครับก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ก่อนเลย ว่าผมอยากเป็น “นักบัญชี” ซึ่งบัญชีที่ดังของมหาวิทยาลัยรัฐบาลก็1. คณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย2. คณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์3. คณะบริหารธุรกิจ-บัญชี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าข้อเสียของตัวเองเลย คือไม่เคยหันไปมอง มหาวิทยาลัยเอกชนเลย เพราะคิดว่าตัวเองคง “แอด” ได้ 1 ใน 3 ที่แน่นอน (ตอนแรกคิดว่า “แอดมิชั่น” ง่ายๆ) เมื่อสื่อเปิดกว้าง อะไรๆ เป็นกว้างก็ทำให้ผมเห็นว่ามหาวิทยาลัยเอกชน ก็ดีเช่นกัน แต่ก็ยังไม่ตกลงปลงใจมาก (คือไม่สนใจเลย)
ก่อนสอบแอดผมก็ได้เรียนพิเศษหลายที่แบบเป็นบ้าเป็นหลัง ต้องไปนั่งหลังขดหลังแข็งมากเช่น ต้องเรียนภาษาอังกฤษ คอร์ดเอ็น เรียนภาษาไทย สังคม เรียนคณิตศาตร์ ยอมรับเลยครับว่าผมเรียนพิเศษแบบบ้าเลย มีกี่คอร์ด อะไรบ้างก็ลง ถ้าคิดบวกแบบเล่นๆ นะครับ ผมเรียนพิเศษตั้งแต่ ม.3 เทอม 2 มาถึงม. 5 เทอม 2 ก็หมดเกือบๆ 100,000 บาทขาดหนิดหน่อย ที่หนักใจที่สุดเลยคือ อยากเรียนบัญชี ธรรมศาสตร์มากต้องสอบ Smart-l ซึ่งก็สอบไป 5 ครั้งครั้งละ 500 ก็ 2500 แล้วดันไปติวแต่อันนี้ต้องขอระบาย สถาบันไหนที่คิดค่าสอนแบบแพงๆ ขอให้เพื่อนๆ เฉลียวใจคิดสักนิดถึงคุณภาพการเรียนการสอนก่อน ผมไปเรียนที่สถาบันแห่งหนึ่งย่าน BTS ราชเทวี สุดๆไปเลยเป็นคอร์ดเพื่อติวเข้า ธรรมศาสตร์ ก็โดนต้อนรับด้วยราคา 12,000 (เรียนตอนเมษาเดือนเดียว ก่อนขึ้น ม.ห้า) หากบวกค่า BTS ค่ากิน ค่าเดินทางไป ค่าโน้นๆ ค่านี้ ก็เกือบหมื่นห้าแล้วแต่ปรากฏว่า ***ฟังให้ดี อ.ที่สอนก็จ้างมาสอนแล้วรู้สึกเบื่อ สอนไม่ค่อยเข้าใจเป็นถึงระดับ ด๊อกเตอร์แต่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ส่วนอีกคนหนึ่งสอนภาษาอังกฤษ อ๋อลืมบอกไปว่าเวลาเรียนเป็นคาบๆ คาบละ 4 ชม. อ.ภาษาอังกฤษเขามีเอกลักษณ์คือเขาไม่เคยเตรียมการสอนมาก่อนเลย มายืนนึกคำศัพท์เพื่อบอกนักเรียน แล้วก็ดูนาฬิกาในมือถือบ่อยมา คงอยากให้เวลาหมดเร็วๆๆๆๆ ก็ผ่านไปได้ด้วยดี สอบออกมาก็ห่วยแตกมากได้แต่ “คณิตศาสตร์” แต่อังกิดห่วยเลยคะแนน สมาร์ทออกมาไม่ดี
พอมาถึงถึงเวลาแอดมิดชั่นนะสิครับ Ad’52 ข้อสอบ เอ-เน็ต ยากมากทำให้คะแนนไม่ถึงเป้า ไม่ได้คณะบัญชีเลยแต่ดันได้ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์(บางเขน) แต่ผมไม่เอาอยากเป็นนักบัญชีมากกว่า ผมจึงเลือกเรียน “คณะบัญชี ม.หอการค้าไทย” บางคนอาจจะบอกว่า โง่!! แล้ว คิดได้ไง แต่อยากให้ฟังเหตุผลก่อนว่าผมได้เลือกสิ่งที่ดีสำหรับชีวิต คือดังต่อไปนี้
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ชื่อเขาก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านธุรกิจ ของประเทศไทยผมก็นะนะ ตามแบรนๆๆ ไปแต่พอได้ไปสมัครครับก็ได้รู้อะไรที่เป็นมุมมองของมหาวิทยาลัยเอกชนมากขึ้น ผมสมัครเป็นนักศึกษาที่นี่คณะบัญชีแล้วก็ด้วยการที่ว่า GPA เราสูงเขาเลยให้เราสัมภาษษณ์เพื่อนเรียน Star of accountancy คือการเรียนบัญชีแบบหลักสูตรภาษาอังกฤษ ซึ่งผมก็ได้เป็น นร. สตาร์ในโครงการนี้ เป็น 1 ใน 50 คนจาก 600 คนของคณะบัญชีปีนั้น จุดเริ่มต้นของผมมันยังไม่จบแค่นี้ อย่างแรกเลยคือกังวลเรื่อง “การรับน้อง” “การเข้าค่าย” แต่ผมขอบอกไว้เลยหากเพื่อนๆ ไม่ต้องกลัว ผมได้รับการต้อนรับด้วย ค่ายแม่ไทร (ค่ายปฐมนิเทศน้องปีหนึ่ง) เป็นค่ายที่อบอุ่นมากกก รุ่นพีดูแลรุ่นน้องได้ดีมาก คำพูดสุภาพ และพอเราได้เรียนก็จะมีการซ้อมเชียร์ มหาวิทยาลัยกำหนดให้รุ่นพี่ต้องใช้คำพูดที่เหมาะสมกับรุ่นน้อง ห้ามกดดันหรือกระทำใดๆ ทั้งสิ้นที่กระทบต่อจิตใจน้องๆ ทำให้เกิดอาการหดหู่ หากรุ่นพี่ทำ รุ่นน้องสามารถแจ้งได้ทาง call center มหาลัยแล้วรุ่นพี่ก็ได้ถูกสอบเรื่องวินัยนักศึกษาเอง จึงทำให้รุ่นพี่รุ่นน้องดูแลกันอย่างอบอุ่นมาก
สำหรับเรื่อวิชาการของมหาวิทยาลัย ผมเรียนบัญชีนะครับกับ อ.สองท่าน ท่านแรกเป็นอาจารย์ที่มีความแอ๊คทีบมากก ซึ่งคนนี้เป็นคณะกรรมการถอดถอนไปอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของสภาวิชาชีพบัญชีแห่งประเทศไทยมาสอนเลย และอีกท่านหนึ่ง เปนผู้สอบบัญชีรับอนุญาต จากสภาวิชาชีพ เป็นผู้มาสอน ส่วนวิชาอื่นๆ ก็สุดๆ ไปเลยมหาวิทยาลัยมี มาตรฐานการสอน การออกสอบที่ดีมาก อ.ไม่สามารถออกข้อสอบสุรุ่นสุร่ายได้ ต้องมีคณะกรรมการตรวจ การตัดเกรดต่างๆ ทุ่กอย่างต้องมีมาตรฐาน และมหาวิทยาลัยยังมีหน่วยการการวิจัยต่างๆ ภายในมหาลัย ให้แก่ นศ. บุคคลากรภายใน นอก ได้ศึกษาอีกด้วย เห็นไหมละครับว่า “เรียนกับคนที่รู้จริง” จริงๆ
การเรียนที่ดีก็ต้องมีเทคโนโลยีที่ดีด้วย ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ นำระบบ hybrid มาใช้เป็นการเรียนการสอนแห่งแรกอย่างเป็นรูปธรรม โดยผมได้ทดลองใช้มาแล้ว ระบบดีเยี่ยม 99.99% หากเป็นนศ.ใหม่ก็รับ Notebook HP 1 เครื่อง และก็ My choice 1 อัน มายช๊อสส คือระบบตอบคำถามระหว่างผู้สอนกับผู้เรียนเพื่อนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด(คล้ายๆรีโมท) เช่น เวลาอ.ถามมีตัวเลือกให้เลือก A B C D เราก็กดเลือกแล้วระบบจะไปประเมินผมเป็นกราฟ เปอร์เซนว่านศ. ตอบข้ออะไร ทำให้ได้ทราบการเรียนในเวลานั้นเกิดความเข้าใจหรือไม่ มายช๊อสนี้นศ. จะได้รับคนละ 1 อันทุกคนพร้อมกับ Notebook และระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ที่โฆษณากันว่า 10 Mb 1400 บาท ยังสู่ไม่ได้กับหอการค้าเลย เพราะอินเตอร์เน็ตที่นี่หากทุนคนพร้อมใจกันใช้ ความเร็วก็จะอยู่ที่ 20 Mb หากเล่นตอนเย็นหรือดึกๆ ที่ม.ก็พุ่งไปเกือบ ๆ 50Mb เลยสุดๆ ไปเลย นี่ยังเป็นแค่เล็กน้อยๆที่ข้าพเจ้าประทับใจ
หากคิดว่า ม.หอการค้าไทย แคบมหาวิทยาลัยหอการค้ากำลังสร้างที่ ไหม่ ย่านปากเกร็ด เมืองทองธานี โดยคาดว่าจะเสร็จภายในไม่เกิน 5 ปีโดย ณ เวลานั้น เราจะมี อ. ซึ่งจบปริญญาเอกจะเมืองนอก มากกว่า 100 คนที่ม. โดยตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ และผลักดันการเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านธุรกิจแห่งเอเชียครับ ผมเชื่อว่าอธิการทำได้แน่นอน
อยากที่ผมบอกนะครับว่าหากน้องๆ คนไหนที่ไม่อยากเครียสกับการสอบ ก็ไม่ต้องเรียนพิเศษก็ได้เรียนในห้องเรียนให้มีความสุข ถึงเวลาก็เลือกเรียน ม.เอกชนได้ มหาวิทยาลัยเอกชนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะครับ สำหรับผมคิดว่าคงเลือกถูกแล้ว แต่การเรียนพิเศษก็ดีนะครับเป็นการเพิ่งพูนความรู้ให้เราได้อีก หากเรียนมหาลัยรัฐแล้วอยู่ไกล ต้องอยู่หอ ลำบากเรื่องค่าใช้จ่าย ผมว่าเรียนเอกชนดีกว่าครับแต่หากใครสอบได้ ม.รัฐ ใกล้บ้าน ผมว่าก็เรียนไปเถอะครับ แต่ผมก็นึกน้อยใจนิดๆ เวลาใครมาดูถูกมหาลัยเอกชน ผมบอกได้คำเดียวว่า “มหาวิทยาลัยเอกชน วิชาการ เทคโนโลยี” เขามีความเป็นชั้นนำยิ่งกว่ามหาวิทยาลัยรัฐอีกครับ..ฟีดแบ็คหลังจบก็ดีทีเดียวเลยนะครับ ขอให้ตั้งใจเรียนดีกว่า

อ้างอิง http://dek-d.com/board/view.php?id=1484750

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น